วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสอนคนให้เหนือคน


                    

สวัสดี สวัสดี สวัสดี   สวัสดีครับชาว Blog ทุกๆคน ยินดีตอนรับเข้าสู่ Blog   ที่มีชื่อว่า

อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น


    ในขณะที่โลกทุกๆวันก็นับวันจะยิ่งร้อนขึ้น แต่ ณ มุมหนึ่งก็ได้มีคนได้เตะกะลาใบหนึ่งขึ้น จากนั้นกะลาก็ได้หงายขึ้น แล้วก็มีสิ่งมีชีวิตได้ถือกำเนิดขึ้นในโลกใบนี้(ดูเวอร์ๆ)>< สิ่งมีชีวิตสิ่งนั้นก็คือ เด็กน้อยที่มีชื่อว่า แชมป์  หรือ ซุป    เด็กน้อยคนนี้เป็นเด็กหน้าตาจิ้มลิ่ม แววตาดูน่ารัก โตขึ้นคงเป็นเทพบุตรที่แสนหล่อเลยคนหนึ่ง อยู่ในช่วงคิดไปเองเข้าเรื่องเลยดีกว่าก็ขอแนะนำตัวแบบจิงๆจังๆเลยละกัน ผมมีชื่อว่า นาย ศุภกิตติ ช่อไสว ชื่อเล่น แชมป์ แล้วก็มีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งซึ่งเพื่อนๆได้เรียกกันมาตลอด คือ ซุป ซึ่งชื่อ ซุป ก็มาจากการสะกดชื่อจริงที่ว่า ศุภ แต่ต่อมาก็ดัดแปลงกันมาเรื่อยๆจนกล้ายเป็น "ซุป" ในที่สุดแต่สำหรับคนที่ได้มาอ่าน Blog นี้จะเรียก แชมป์หรือเรียก ซุป ก็ได้นะครับแล้วความสะดวกในการเรียกเลยล่ะกัน ตอนนี้ก็อายุ 20 ปี  ผมเกิดวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2535 ปีวอก  ที่อยู่อาศัย ของผมอยู่ที่ ตำบล แม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสครามโดยกำเนิด ซึ่งหลายคนจะไม่ค่อยรู้จักจังหวัดนี้         สักเท่าไหร่แต่ถ้าบอกถึงตลาดน้ำอัมพวา ปลาทูหน้างอคอหักหรืออุทยาน ร.2 หลายคนก็จะถึงบางอ้อ จังหวัดผมเล็กที่สุดในประเทศไทย สำหรับอุปนิสัยของผมก็เป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง ตลก หลายคนบอกเป็นคนยิ้มเก่ง หล่อ คิดเอง  รักเพื่อนฝูง ชอบเล่นกีฬา เป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ ชอบทำความเข้าใจ ชอบท่องจำ แล้วก็สามารถจำเนื้อหาได้       ในไม่กี่เวลา เป็นคนชอบธรรมชาติ ชอบป้าไม้ ชอบทะเล และก็เป็นคนรักสัตว์ด้วย ส่วนสีที่ชอบก็คือ สีเขียวนั้นเอง  สำหรับอ่านที่ชอบรับประทาน ก็เป็นคนง่ายๆก็สามารถรับประทานได้หมด แต่อาหารที่โปรดปรานมากที่สุดก็คือ ข้าวผัด เวลากลับบ้านทุกครั้งแม่ก็จะทำข้าวผัดให้รับประทานทุกครั้ง แต่ถึงจะเป็นคนรับประทานได้หมดแต่ก็ไม่รับประทาน  เนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น เนื้อวัว เพราะในครอบครัวของผมนับถือ   เจ้าแม่กวนอิม       ทั้งครอบครัวก็เลยไม่รับประทาน       เนื้อสัตว์ใหญ่ พูดถึงครอบครัว ก็ขอเล่าเกี่ยวกับครอบครัวแบบคราวๆ ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวขยาย ประกอบด้วย  พ่อ แม่ พี่ชาย ผม และยาย ครอบครัวขอผมเป็นครอบครัวที่อบอุ่น   พ่อและแม่ของผมเป็นคนใจดี บางครั้งก็ดุบางเล็กน้อยส่วนพี่ชายผมตอนนี้ก็เรียนจบแล้ว ตอนนี้ก็กำลังทำงานอยู่ สำหรับที่บ้านของผมก็ได้เลี้ยงสัตว์ไว้ 2 ชนิด คือ แมว กับ นกเอี้ยง แมวที่เลี้ยงที่บ้านเป็นแมวที่มาจากไหนก็ไม่รู้แต่ที่จำความได้เหมือนมีคนมาปล่อยมันไว้ แล้วมันไม่มีที่ไปเลยหาบ้านอาศัยซึ่งบ้านนั้นก็คือบ้านของผมนั้นเอง ผมเลี้ยงแมวตัวนี้มานานแล้ว มันมีชื่อว่า เปอร์ ลักษณะตัวอ้วนๆสีขาวคล้ายแมวเปอร์เชีย ส่วนนกเอี้ยงนั้นก็บินตกมาจากท้องฟ้าลงมาสู่บ้านผมได้มาอีกแล้ว นกตัวนี้ผมอยากเอามันไปปล่อยมากแต่ปล่อยมันไม่ได้เนื่องจาก นกตัวนี้เหลือขาอยู่ขาเดียว  แล้วปีกของมันก็หักไปหนึ่งปีก ครอบครัวผมก็เลยรับเลี้ยงมันไว้ที่บ้าน  นี้ก็คงเป็นข้อมูลคร่าวๆสำหรับตัวผม ฯลฯ


   

 ชีวิตเด็กตัวน้อยๆในวงศ์การศึกษาขอย้อนความหลังตอนสมัยเป็นเด็กนักเรียนหัวเกรียนสักนิดหนึ่ง ตอนอยู่ชั้นประถมศึกษาผมศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเมืองสมุทรสงครามจากการจับฉลากเข้ามา ชีวิตวัยประถมของผมชั่งเป็นชีวิตที่ผมได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย ช่วงนั้นผมเป็นคนที่ซนมากไม่ค่อยรักในการเรียนชอบออกไปเล่นกับเพื่อนๆ บางครั้งก็ไปมีเรื่องชกต่อยกับเด็กที่โตกว่า จนทำให้ผลการเรียนของผมเกือบตกเป็นอันดับสุดท้ายในห้องเลยโดนแม่ตีครั้งนั้นจำได้ไม่มีวันลืม จากนั้นมาก็เริ่มตั้งใจเรียนเข้าเรียนทุกครั้งทำงานทำการบ้านส่งคุณครูตลอด ไม่ออกไปเล่นกับเพื่อนไม่มีเรื่องชกต่อย จนสุดท้ายผลการเรียนของผมก็ออกมาอยู่ลำดับต้นๆของห้อง ซึ่งผมดีใจมากและแม่ก็รู้สึกประทับใจที่ผมสามารถกลับมาตั้งใจเรียนเพื่อแม่ได้  สำหรับสมัยชีวิตช่วงมัธยมผมศึกษาอยู่ในโรงเรียนศรัทธาสมุทร จากการฝากเข้าให้ของอาจารย์ที่รู้จัก ซึ่งผมสอบเข้าก็ไม่ติด จับฉลากก็ไม่ได้ ตอนนั้นรู้สึกกลัวไม่มีที่เรียนมาก แต่สุดท้ายก็สามรถเข้าเรียน   ที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ผมมีความรู้สึกอยากเข้าโรงเรียนนี้มากเพราะอดีตพ่อของผมเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนนี้ พ่อทำชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมากมมาย ผมก็เลยอยากเข้าตามพ่อ โรงเรียนนี้เปรียบกับบ้านหลังที่สองของผมเลยทีเดียวที่นี้ให้อะไรหลายๆอย่างกับผม ให้ทั้งความรู้และประสบการณ์ต่างๆมากมายตอนช่วงม.ต้นผมศึกษาอยู่ห้อง6 ห้องนั้นมีแต่เด็กที่เกเรทั้งนั้นแต่ผมไม่ได้ไปยุ่งกับเด็กพวกนั้นส่วนมากผมชอบไปตามกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ส่วนตอนมัธยมตอนปลายผมศึกษาอยู่ห้อง  4 สายวิทย์-คณิต เพราะแม่ต้องการให้อยู่สายวิทย์จะได้มีโอกาสเรียนต่อในมหาลัยที่หลากหลาย ช่วงที่เรียนต้องเจอวิชาอะไรก็ไม่รู้ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีวะ บอกตรงๆครับว่าวิชาพวกนี้ยากมากๆผมชอบวิชาฟิสิกส์วิชาเดียวที่เหลือ ผมไม่ชอบเลยเวลาเรียนก็ไม่ค่อยเข้าใจอธิบายกี่รอบก็ยังมึนอยู่ ผมชอบวิชาที่เกี่ยวกับคำนวณ ไม่ชอบวิชาที่ต้องจำเนื้อหาที่เป็นอักษรเยอะๆ ตารางธาตุ ฯลฯ ช่วงชีวิตม.ปลาย เพื่อนของผมทุกๆคนน่ารักมากครับมักช่วยกันติวและทำงานให้กันตลอด ชีวิตช่วงนั้นชนิดว่ารักใคร่กลมเกลียวกับเพื่อนเป็นอย่างมาก ทำกิจกรรมและอะไรหลายๆอย่างด้วยกันตลอด ผมชอบเพื่อนสมัยมัธยมอย่างมาก รู้สึกมีความสุขมากในช่วงเวลานั้น และน่าจดจำเป็นที่สุด 



        หลายคนอาจตกใจนี้นิสิตหรือกุมารแต่ขอบอกว่านี้คือนิสิตแต่ตอนนั้นอยู่ในช่วงประกวดแดนเซอร์ผมก็เลยเอามาใส่เล่นๆมาเข้าเรื่องเลยดีกว่า สำหรับก่อนที่จะเข้ารั้วมหาวิทยาลัยช่วงม.6 ผมยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าอยากเรียนอะไรอนาคตอยากจะประกอบอาชีพอะไรแต่ส่วนตัวผมแล้วผมเป็นคนที่ชอบวิชาคำนวณ เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ก็เลยสนใจอยากจะเข้าทางสายนี้ตอนแรกอยากจะเรียนวิศวะแต่แม่บอกว่าอาชีพวิศวะ จบมาหางานทำยาก ก็เลยรู้สึกกลัวจะจบมาไม่มีงานทำ ก็เลยตัดสินใจเข้าวิทยาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จากการยื่นคะแนนแอดมิสชั่นและผมเป็นรุ่นแรกที่เริ่มมีระบบ GAT-PATเข้ามาเหมือนเป็นรุ่นทดลองรุ่นแรกเลยทีเดียว  สำหรับการยื่นคะแนนแอดมิสชั่นของผมนั้นผมก็ไม่เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือก มศว เป็นอันดับหนึ่ง  แต่เหมือนเป็นความต้องการภายใน ส่วนมหาวิทยาลัยอื่นที่ยื่นแม่ของผมเป็นคนเลือกทั้งหมดแต่สุดท้ายก็ติด มศว หรือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรตามที่ตัวเองต้องการที่อยากจะเรียนที่นี้      ซึ่งผมก็ติดในคณะวิทยาสตร์-คณิตศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตติดเป็นอันดับที่หนึ่งที่เลือกไว้ ผมเรียนได้หนึ่งปีแล้วก็ย้ายวิชาเอกไปเป็นหลักสูตร เป็นการศึกษาบัณฑิต เนื่องจากแม่อยากให้ที่บ้านมีคนประกอบอาชีพข้าราชการ ประกอบกับผมเป็นคนที่ชอบสอนหนังสือเพื่อนๆตอนที่เรียนช่วงมัธยมชอบติวหนังสือให้กับเพื่อนๆจนเพื่อนบางคนอยากให้ผมไปเป็นครู แต่ตอนนั้นผมคิดว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่ทำงานหนักก็เลยไม่ได้คิดที่จะเรียน แต่สุดท้ายก็ได้เรียนทางสายครูจนได้  ซึ่งปัจจุบันนี้ผมก็กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่3 แล้วคณะวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ กศ.บ.ตอนนี้ก็รู้สึกเรียนหนักมากวิชาภาคแต่ละตัวยากมากประกอบกับวิชาของทางศึกษาสตร์ที่งานเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แต่อย่างไรผมก็จะตั้งใจเรียนให้จบเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์แล้วนำความรู้ที่ได้เรียนมานั้นมาพัฒนาวงศ์การศึกษาของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับต่างประเทศให้ได้ ประเทศไทยจะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากต่างประเทศ 





สำหรับนี้ก็คือประวัติส่วนตัวของผม  สุดท้ายนี้ขอฝากคติประจำใจของผมคือ


ต้องมอบความรัก  ก่อนมอบความรู้


BYE BYE HAPPY ENDING





2 ความคิดเห็น: