วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

แหล่งการเรียนรู้ คลองบางหลวง




การเดินทางมาคลองบางหลวง
 
-เข้าทาง ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 3 จากปากซอยมีบริการรถสองแถวและรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เข้ามาจนสุดซอย
-เข้าทาง ถนนเพชรเกษม ซอย 20 จอดรถที่วัดกำแพง
-เข้าทาง ถนนเพชรเกษม ซอย 28 จอดรถที่วัดคูหาสวรรค์
-มาทางเรือขึ้นเรือรับจ้างเหมาลำมาที่ปากคลองตลาด ลำละ 700 บาท



 ประวัติความเป็นมาของคลองบางหลวง
      คลองบางกอกใหญ่ หรือ คลองบางหลวง เดิมเคยเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยามาก่อน กล่าวคือบริเวณตั้งแต่ปากคลองบางกอกน้อย ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปจนถึงปากคลองบางกอกใหญ่ในปัจจุบันนั้น ยังเป็นแผ่นดินอยู่ แม่น้ำเจ้าพระยาเดิมจะอ้อมเลี้ยวจากหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นคุ้งกว้างมาทะลุออกข้างวัดท้ายตลาด เมื่อถึงปี พ.ศ. 2065 สมเด็จพระไชยราชาธิราช โปรดเกล้าให้ขุดคลองลัดระหว่างคุ้งแม่น้ำทั้งสอง เพื่อย่นระยะทางและอำนวยความสะดวกให้กับบรรดาพ่อค้าทูตานุทูตชาวตะวันตกที่เริ่มเข้ามาติดต่อค้าขายและเจริญสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในสมัยนั้น ต่อมาคลองลัดเริ่มกว้างใหญ่ขึ้นกลายเป็นแม่น้ำส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาเดิมก็เล็กลงกลายเป็นคลองบางกอกน้อยและคลองบางกอกใหญ่ ถึงสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน ราชสำนักย้ายมาอยู่ที่กรุงธนบุรี คลองบางกอกใหญ่กลายมาเป็นชุมชนของข้าหลวง และทรงโปรดเกล้าให้บรรดาคนจีนซึ่งได้เคยช่วยเหลือพระองค์มาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ ชาวบ้านจึงเรียกกันติดปากว่า คลองบางข้าหลวง หรือ คลองบางหลวง




ลักษณะการนำเสนอแหล่งการเรียนรู้ที่ได้ไปมา

          คลองบางหลวงเป็นคลองที่สามารถสะท้อนวิถีชีวิตของคนในเมืองกับคนที่ใช้ชีวิตแบบวิถีชาวบ้านได้เป็นอย่างดี โดยผมไปที่นั้นสิ่งที่สังเกตได้คือ เมื่อข้ามสะพานไปอีกฝั่งหนึ่งรู้สึกประหลาดใจ กล่าวคือข้างหนึ่งคือเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าอันสูงเป็นสง่า แต่พอข้ามสะพานไปแล้วกับเจอแต่สิ่งที่มีลักษณะเป็นบ้านไม้ขนาดไม่ใหญ่มากนัก เจอกลุ่มคนที่ใช้ชีวิตแบบบ้านๆ เอื้อเฟื่อเกื้อกลูกันที่นี้มีอะไรให้น่าศึกษามากมายมาดูกันเลยดีกว่า




         ร้านแรกที่เราสามารถมองเห็นอย่างชัดเจนเป็นร้านค้าอยู่ทางด้านขวามือ เป็นร้านค้าที่ภายในได้เก็บของเก่า สมัยโบราณไว้หลายอย่างให้คนที่ไปมาได้เขามาดูของเก่าๆให้ได้ศึกษากันซึ่งค่อนข้างหาชมได้ยากในกรุงเทพ



        ร้านที่สองที่เราจะได้เจอคือ ร้านตัดผม ซึ่งอยู่ทางฝังซ้ายมือของเราร้านตัดผมร้านนี้เป็นร้านตัดที่ผมสามารถบอกได้เลยว่าไม่เคยเห็นในกรุงเทพฯ มาก่อนกล่าวคือ ร้านตัดผมร้านนี้เป็นร้านที่อุปกรณ์ในการตัดผม เป็นวัสดุซึ่งน้อยคนจะได้เห็น วัสดุที่ใช้เป็นวัสดุเก่าไม่ทันสมัยเหมือนในปัจจุบัน และคนที่ตัดผมเป็นป้าแก่ๆ แม้จะแก่แต่ฝีมือไม่เป็นสองรองใครแน่นอน



       ร้านที่สามถัดจากร้านตัดผมเราก็จะพบกับร้าน Otop ร้านนี้จัดขายสินค้าที่รับมาขายรวมถึงสินค้าที่ทำขึ้นเองภายในร้านจัดขายสินค้าหลายประเภทด้วย ทั้งของใช้ ของที่ระลึก ราคาก็เป็นกันเองอีกด้วย




         ร้านที่สี่ถัดจากร้าน Otop เป็นร้านวาดรูปเหมือน รับจ้างวาดรูปคนเหมือนจิงโดยคนที่วาดใช้นามว่าบ๊อบบี้  เป็นคนอัธยาศัยดีมากแถมยังวาดรูปเก่งอีก ภายในร้านประกอบไปด้วยภาพวาดต่างๆมากมาย เห็นแล้วพูดได้คำเดียวมา''สวย'' สำหรับคนที่สนใจจะได้ภาพเหมือนของตัวเองก็สามารถให้พี่บ๊อบบี้วาดให้ได้สงนราคาก็ไม่แพงรูปละ 100 บาทเท่านั้นเอง




      แต่สิ่งทีเป็นหัวใจของสถานที่แห่งนี้ก็คงหนีไม่พ้น ''บ้านศิลปิน'' ที่นี้เป็นบ้านที่กลางตัวบ้านมีเจดีย์ย่อ 12 มุมซึ่งเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจเหมือนกันสำหรับคนที่ผ่านไปมา และที่นี้ยังมีการแสดงหุ่นละครเล็ก ทีมีชื่อว่าหุ่นละครเล็ก"คำนาย" ซึ่งคนที่นั้นบอกว่าหุ่นละครเล็กปัจจุบันเหลือน้อยมาก สำหรับคนที่อยากศึกษาเกี่ยวกับประวัติหุ่นละครเล็กหรือการแสดงก็สามารถมาศึกษาได้ โดยที่บ้านศิลปินมีการแสดงให้ดูฟรีสำหรับคนที่ผ่านไปมาแถมยังสอนฟรีสำหรับคนที่สนใจอยากจะเชิดหุ่นละครเป็น



บรรยากาศภายในบ้านศิลปิน



บรรยากาศภายในบ้านศิลปิน


         ภาพหุ่นละครเล็ก ''คำนาย'' เปิดสอนฟรีสำหรับคนที่สนใจ






         การนำแหล่งการเรียนรู้ไปใช้ในการเรียน

         สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับคนที่สนใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบวิถีชาวบ้าน ตลอดจนคนที่สนใจเกี่ยวกับการแสดงหุ่นละครเล็กที่หาชมได้ยาก ก็ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สามารถมาหาข้อมูลได้ ซึ่งคลองบางหลวงแห่งนี้เปิดให้เปิดบริการทุกวัน

 ข้อเสนอแนะ 

สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สะอาดทั้งในน้ำและบนถนน แต่ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาวๆนักท่องเที่ยวมากันเยอะและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ชอบมักง่ายชอบทิ้งขยะลงในคลอง ก็อยากให้คนที่ท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆควรช่วยกันรักษาความสะอาดไม่ทิ้งขยะลงพิ้นหรือในคลอง 


วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

บทความและความสำคัญของสื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศ

         อะไร!!!! คือ ''นวัตกรรม'' กับ ''เทคโนโลยีสารสนเทศ''


      ''นวัตกรรม''  คือ การเรียนรู้ การผลิต และการใช้ประโยชน์จากความคิดใหม่ เพื่อให้เกิดผลดีทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการกำเนิดผลิตภัณฑ์ การบริการ กระบวนการใหม่ การปรับปรุงเทคโนโลยี การแพร่กระจายเทคโนโลยี และการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์และเกิดผลพวงทางเศรษฐกิจ และ สังคม



 ''เทคโนโลยีสารสนเทศ'' คือ เทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ การเก็บรวบรวมข้อมูล การประมวลผล การแสดงผลลัพธ์ การทำสำเนา และการสื่อสารโทรคมนาคม เพื่อให้ได้สารสนเทศที่เหมาะสมและสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้


สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีบทบาทต่อผม

ผมคิดว่าสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างมากสำหรับวงศ์การศึกษาและสำหรับตัวผมที่เป็นนิสิตช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย การดูสื่อออนไลน์ประกอบการเรียน การส่งการบ้านผ่านเครือข่ายของมหาวิทยาลัย นอกจากจะมีผลต่อการศึกษาแล้วยังช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย เช่น การเดินทาง การติดต่อกับคนอื่นในสถานที่ไกลๆ เป็นต้น


บทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

 เทคโนโลยีสารสนเทศมีพัฒนาการที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีการปรับปรุงเครื่องมือเครื่องใช้ที่เป็นประโยชน์กับงานสารสนเทศอยู่ตลอดเวลา ทำให้วงการวิชาชีพหันมาปรับปรุงกลไกในวิชาชีพของตนให้ทันกับสังคมสารสนเทศ เพื่อให้ทันต่อกระแสโลก จึงทำให้เกิดการบริการรูปแบบใหม่ๆ ขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต การให้บริการส่งข่าวสาร SMS หรือการโหลดเพลงผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ นอกจากนี้หน่วยงานต่างๆ ยังได้สร้างระบบงานสารสนเทศในหน่วยงานของตนเองขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น การทำเว็บไซด์ของหน่วยงานเพื่อใช้ประโยชน์จากสารสนเทศเหล่านั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวางและคุ้มค่า โดยสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการจัดทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อใช้ในการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ การปฏิบัติงาน การแก้ปัญหา หรือการตัดสินใจ เพื่อการวางแผนและการจัดการ ดังนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีบทบาทและความสำคัญมากในปัจจับัน และมีแนวโน้วที่จะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในอนาคต เพราะเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานสารสนเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นับตั้งแตการผลิต การจัดเก็บ การประมวลผล การเรียกใช้ การสื่อสารสารสนเทศ การแลกเปลี่ยนและใช้ทรัพยากรสารสนเทศร่วมกันให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่

ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.ช่วยในการจัดระบบข่าวสารจำนวนมหาสารในแต่ละวัน
2.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสารสนเทศ
3.การจัดเรียงลำดับสารสนเทศ ฯลฯ
4.ช่วยในการจัดเก็บสารสนเทศไว้ในรูปที่เรียกใช้ได้ทุกครั้งอย่างสะดวก
5.ช่วยในการจัดระบบอัตโนมัติ เพื่อการจัดเก็บ การประมวลผล และการเรียกใช้สารสนเทศ
6.ช่วยในการเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมากขึ้น
7.ช่วยในการสื่อสารระหว่างกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ลดอุปสรรคเกี่ยวกับเวลาและระยะทาง โดยใช้ระบบโทรศัพท์ และอื่นๆ

         จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าทั้งสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศล้วนแต่อยู่ใกล้ตัวเราทั้งนั้น แต่ก็อยากฝากให้ทุกคนที่บริโภคสื่อและเทคโนโลยีให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และเลือกใช้แต่ในสิ่งที่ถูกที่ดี เพราะทุกสิ่งก็ล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสียแต่สิ่งที่สำคัญอยู่ที่ตัวเราจะเลือกใช้มันนั้นเอง





วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ข่าวเกี่ยวกับความผิดพรบ.คอมพิวเตอร์


(5 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จูเนียร์แฮกเกอร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อายุเพียง 14 ปี ชาวไต้หวัน ถูกจับกุมข้อหาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเขาเจาะข้อมูลทำให้คอมพิวเตอร์ติดไวรัสปรากฏภาพมือเปื้อนเลือดบนหน้าจอ แม้แต่สถาบันเทคโลโลยีชื่อดังของไต้หวันที่มีการป้องกันอย่างเข้มงวดเขายังได้รับความเสียหาย

พ่อแม่ของจูเนียร์แฮกเกอร์ เล่าว่า สาเหตุอาจเป็นเพราะพวกเขาทำงานหนักจนไม่มีเวลาใส่ใจ ลูกชายเป็นเด็กที่ชอบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก สั่งซื้อหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์จากอินเตอร์เน็ตมาศึกษาด้วยตนเอง พ่อแม่เห็นว่าลูกชายชอบทางด้านนี้จึงส่งเขาไปเรียนพิเศษที่ Chihlee Institute of Technology (CIT) เป็นสถาบันเทคโนโลยีชื่อดังของไต้หวัน โดยไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าลูกชายจะเป็นแฮกเกอร์

จูเนียร์แฮกเกอร์ ให้การต่อศาลว่า ตอนที่เข้าเรียนนั้นตนรู้สึกกดดันและทรมาณมาก ด้วยความที่ต้องการระบายอารมณ์และอยากลองทดสอบความสามารถของตัวเอง เขาเลือกสถาบันเทคโนโลยีที่เขาเรียนพิเศษอยู่เป็นเป้าหมาย

ตำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ชี้ให้เห็นว่าจูเนียร์แฮกเกอร์คนนี้มีความรู้เกี่ยวกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนมาก เขาได้แฮ็คเข้าไปในเว็บไซต์ซึ่งมีระบบการป้องการอย่างเข้มงวด ความสามารถของเขาน่าทึ่งมาก แม้แต่เขายังต้องศึกษาการเจาะระบบของเขาอย่างจริงจัง เพื่อใช้สำหรับการสอนในโรงเรียนตำรวจ

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบค้น IP และทำการตรวจค้นบ้านพักของเขา พบว่าห้องนอนของเขาเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมถึงหนังสือที่เป็นอักษรจีนตัวย่อซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับการถอดเข้ารหัสลับระบบซอฟแวร์คอมพิวเตอร์

สรุปประเด็นข่าว


จูเนียร์แฮกเกอร์คนนี้ได้รวบรวมเทคนิคการเจาะข้อมูลที่เขาศึกษาด้วยตนเองแฮ็คเข้าสู่ระบบโฮสต์ของหลายเว๊ปไซต์ได้สำเร็จ เช่น เว๊ปไซต์ของโรงเรียนมัธยมที่เขากำลังศึกษาอยู่ , Chihlee Institute of Technology สถาบันเทคโนโลยีชื่อดังของไต้หวัน , นอกจากนี้เขายังแฮ็คข้อมูลของเว๊ปไซต์รวมสูตรอาหาร รวมถึงเว๊ปไซต์หนังและเพลงอีกด้วย

วิเคราะห์ข่าวผลของการกระทำและบทลงโทษ


จากข่าวข้างต้น จูเนียร์แฮกเกอร์ได้กระทำความผิดฐานเจาะข้อมูลทางราชการทีมีการป้องกันอย่างเข้มงวด ซึ่งผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามมาตรา ต่อไปนี้

มาตราที่ ๕ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตราการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตราการนั้น มิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตราที่ ๗ ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตราการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตราการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๙ ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๑๐ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ


      ทุกๆคนต่างมีความชำนาญ เชี่ยวชาญในสิ่งที่แตกต่างกัน แต่คนส่วนใหญ่มักใช้ความรู้ในทางที่ถูก แต่ก็มีบางส่วนนำความรู้นั้นมาใช้ในทางที่ผิดๆ อย่างเช่นจากข่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่าปัจจุบันมีนักแฮกเกอร์อยู่เป็นจำนวนมาก ที่สามารถจับกุมตัวได้ก็มีให้เห็นและที่ยังจับไม่ได้ก็น่าจะมีอยู่ตามที่ต่างๆ ซึ่งแฮกเกอร์พวกนี้พยายามเจาะข้อมูลที่เป็นความลับของสถานที่ต่างๆเพื่อนำมาใช้เป็นผลประโยชน์แก่ตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่หน่วยงานจะได้รับ ดังนั้น สำหรับข่าวข้างต้นทางสถานที่ราชการต่างๆก็ควรมีมาตราการที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น และควรเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงมากยิ่งขึ้นเพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นดังกล่าว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็อยู่ที่ตัวเราจะปฏิับัตินั้นเองก็อยากให้ทุกคนนำความรู้ที่ได้ศึกษามาอย่างเชี่ยวชาญมาใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ในทางที่ดี ไม่ไปละเมิดสิทธิหรือสร้างความเสียหายให้กับหน่วยงานต่างๆ


วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสอนคนให้เหนือคน


                    

สวัสดี สวัสดี สวัสดี   สวัสดีครับชาว Blog ทุกๆคน ยินดีตอนรับเข้าสู่ Blog   ที่มีชื่อว่า

อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น


    ในขณะที่โลกทุกๆวันก็นับวันจะยิ่งร้อนขึ้น แต่ ณ มุมหนึ่งก็ได้มีคนได้เตะกะลาใบหนึ่งขึ้น จากนั้นกะลาก็ได้หงายขึ้น แล้วก็มีสิ่งมีชีวิตได้ถือกำเนิดขึ้นในโลกใบนี้(ดูเวอร์ๆ)>< สิ่งมีชีวิตสิ่งนั้นก็คือ เด็กน้อยที่มีชื่อว่า แชมป์  หรือ ซุป    เด็กน้อยคนนี้เป็นเด็กหน้าตาจิ้มลิ่ม แววตาดูน่ารัก โตขึ้นคงเป็นเทพบุตรที่แสนหล่อเลยคนหนึ่ง อยู่ในช่วงคิดไปเองเข้าเรื่องเลยดีกว่าก็ขอแนะนำตัวแบบจิงๆจังๆเลยละกัน ผมมีชื่อว่า นาย ศุภกิตติ ช่อไสว ชื่อเล่น แชมป์ แล้วก็มีชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งซึ่งเพื่อนๆได้เรียกกันมาตลอด คือ ซุป ซึ่งชื่อ ซุป ก็มาจากการสะกดชื่อจริงที่ว่า ศุภ แต่ต่อมาก็ดัดแปลงกันมาเรื่อยๆจนกล้ายเป็น "ซุป" ในที่สุดแต่สำหรับคนที่ได้มาอ่าน Blog นี้จะเรียก แชมป์หรือเรียก ซุป ก็ได้นะครับแล้วความสะดวกในการเรียกเลยล่ะกัน ตอนนี้ก็อายุ 20 ปี  ผมเกิดวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2535 ปีวอก  ที่อยู่อาศัย ของผมอยู่ที่ ตำบล แม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสครามโดยกำเนิด ซึ่งหลายคนจะไม่ค่อยรู้จักจังหวัดนี้         สักเท่าไหร่แต่ถ้าบอกถึงตลาดน้ำอัมพวา ปลาทูหน้างอคอหักหรืออุทยาน ร.2 หลายคนก็จะถึงบางอ้อ จังหวัดผมเล็กที่สุดในประเทศไทย สำหรับอุปนิสัยของผมก็เป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง ตลก หลายคนบอกเป็นคนยิ้มเก่ง หล่อ คิดเอง  รักเพื่อนฝูง ชอบเล่นกีฬา เป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ ชอบทำความเข้าใจ ชอบท่องจำ แล้วก็สามารถจำเนื้อหาได้       ในไม่กี่เวลา เป็นคนชอบธรรมชาติ ชอบป้าไม้ ชอบทะเล และก็เป็นคนรักสัตว์ด้วย ส่วนสีที่ชอบก็คือ สีเขียวนั้นเอง  สำหรับอ่านที่ชอบรับประทาน ก็เป็นคนง่ายๆก็สามารถรับประทานได้หมด แต่อาหารที่โปรดปรานมากที่สุดก็คือ ข้าวผัด เวลากลับบ้านทุกครั้งแม่ก็จะทำข้าวผัดให้รับประทานทุกครั้ง แต่ถึงจะเป็นคนรับประทานได้หมดแต่ก็ไม่รับประทาน  เนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น เนื้อวัว เพราะในครอบครัวของผมนับถือ   เจ้าแม่กวนอิม       ทั้งครอบครัวก็เลยไม่รับประทาน       เนื้อสัตว์ใหญ่ พูดถึงครอบครัว ก็ขอเล่าเกี่ยวกับครอบครัวแบบคราวๆ ครอบครัวของผมเป็นครอบครัวขยาย ประกอบด้วย  พ่อ แม่ พี่ชาย ผม และยาย ครอบครัวขอผมเป็นครอบครัวที่อบอุ่น   พ่อและแม่ของผมเป็นคนใจดี บางครั้งก็ดุบางเล็กน้อยส่วนพี่ชายผมตอนนี้ก็เรียนจบแล้ว ตอนนี้ก็กำลังทำงานอยู่ สำหรับที่บ้านของผมก็ได้เลี้ยงสัตว์ไว้ 2 ชนิด คือ แมว กับ นกเอี้ยง แมวที่เลี้ยงที่บ้านเป็นแมวที่มาจากไหนก็ไม่รู้แต่ที่จำความได้เหมือนมีคนมาปล่อยมันไว้ แล้วมันไม่มีที่ไปเลยหาบ้านอาศัยซึ่งบ้านนั้นก็คือบ้านของผมนั้นเอง ผมเลี้ยงแมวตัวนี้มานานแล้ว มันมีชื่อว่า เปอร์ ลักษณะตัวอ้วนๆสีขาวคล้ายแมวเปอร์เชีย ส่วนนกเอี้ยงนั้นก็บินตกมาจากท้องฟ้าลงมาสู่บ้านผมได้มาอีกแล้ว นกตัวนี้ผมอยากเอามันไปปล่อยมากแต่ปล่อยมันไม่ได้เนื่องจาก นกตัวนี้เหลือขาอยู่ขาเดียว  แล้วปีกของมันก็หักไปหนึ่งปีก ครอบครัวผมก็เลยรับเลี้ยงมันไว้ที่บ้าน  นี้ก็คงเป็นข้อมูลคร่าวๆสำหรับตัวผม ฯลฯ


   

 ชีวิตเด็กตัวน้อยๆในวงศ์การศึกษาขอย้อนความหลังตอนสมัยเป็นเด็กนักเรียนหัวเกรียนสักนิดหนึ่ง ตอนอยู่ชั้นประถมศึกษาผมศึกษาอยู่ที่โรงเรียนเมืองสมุทรสงครามจากการจับฉลากเข้ามา ชีวิตวัยประถมของผมชั่งเป็นชีวิตที่ผมได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย ช่วงนั้นผมเป็นคนที่ซนมากไม่ค่อยรักในการเรียนชอบออกไปเล่นกับเพื่อนๆ บางครั้งก็ไปมีเรื่องชกต่อยกับเด็กที่โตกว่า จนทำให้ผลการเรียนของผมเกือบตกเป็นอันดับสุดท้ายในห้องเลยโดนแม่ตีครั้งนั้นจำได้ไม่มีวันลืม จากนั้นมาก็เริ่มตั้งใจเรียนเข้าเรียนทุกครั้งทำงานทำการบ้านส่งคุณครูตลอด ไม่ออกไปเล่นกับเพื่อนไม่มีเรื่องชกต่อย จนสุดท้ายผลการเรียนของผมก็ออกมาอยู่ลำดับต้นๆของห้อง ซึ่งผมดีใจมากและแม่ก็รู้สึกประทับใจที่ผมสามารถกลับมาตั้งใจเรียนเพื่อแม่ได้  สำหรับสมัยชีวิตช่วงมัธยมผมศึกษาอยู่ในโรงเรียนศรัทธาสมุทร จากการฝากเข้าให้ของอาจารย์ที่รู้จัก ซึ่งผมสอบเข้าก็ไม่ติด จับฉลากก็ไม่ได้ ตอนนั้นรู้สึกกลัวไม่มีที่เรียนมาก แต่สุดท้ายก็สามรถเข้าเรียน   ที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ผมมีความรู้สึกอยากเข้าโรงเรียนนี้มากเพราะอดีตพ่อของผมเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนนี้ พ่อทำชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมากมมาย ผมก็เลยอยากเข้าตามพ่อ โรงเรียนนี้เปรียบกับบ้านหลังที่สองของผมเลยทีเดียวที่นี้ให้อะไรหลายๆอย่างกับผม ให้ทั้งความรู้และประสบการณ์ต่างๆมากมายตอนช่วงม.ต้นผมศึกษาอยู่ห้อง6 ห้องนั้นมีแต่เด็กที่เกเรทั้งนั้นแต่ผมไม่ได้ไปยุ่งกับเด็กพวกนั้นส่วนมากผมชอบไปตามกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ส่วนตอนมัธยมตอนปลายผมศึกษาอยู่ห้อง  4 สายวิทย์-คณิต เพราะแม่ต้องการให้อยู่สายวิทย์จะได้มีโอกาสเรียนต่อในมหาลัยที่หลากหลาย ช่วงที่เรียนต้องเจอวิชาอะไรก็ไม่รู้ทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีวะ บอกตรงๆครับว่าวิชาพวกนี้ยากมากๆผมชอบวิชาฟิสิกส์วิชาเดียวที่เหลือ ผมไม่ชอบเลยเวลาเรียนก็ไม่ค่อยเข้าใจอธิบายกี่รอบก็ยังมึนอยู่ ผมชอบวิชาที่เกี่ยวกับคำนวณ ไม่ชอบวิชาที่ต้องจำเนื้อหาที่เป็นอักษรเยอะๆ ตารางธาตุ ฯลฯ ช่วงชีวิตม.ปลาย เพื่อนของผมทุกๆคนน่ารักมากครับมักช่วยกันติวและทำงานให้กันตลอด ชีวิตช่วงนั้นชนิดว่ารักใคร่กลมเกลียวกับเพื่อนเป็นอย่างมาก ทำกิจกรรมและอะไรหลายๆอย่างด้วยกันตลอด ผมชอบเพื่อนสมัยมัธยมอย่างมาก รู้สึกมีความสุขมากในช่วงเวลานั้น และน่าจดจำเป็นที่สุด 



        หลายคนอาจตกใจนี้นิสิตหรือกุมารแต่ขอบอกว่านี้คือนิสิตแต่ตอนนั้นอยู่ในช่วงประกวดแดนเซอร์ผมก็เลยเอามาใส่เล่นๆมาเข้าเรื่องเลยดีกว่า สำหรับก่อนที่จะเข้ารั้วมหาวิทยาลัยช่วงม.6 ผมยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าอยากเรียนอะไรอนาคตอยากจะประกอบอาชีพอะไรแต่ส่วนตัวผมแล้วผมเป็นคนที่ชอบวิชาคำนวณ เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ ก็เลยสนใจอยากจะเข้าทางสายนี้ตอนแรกอยากจะเรียนวิศวะแต่แม่บอกว่าอาชีพวิศวะ จบมาหางานทำยาก ก็เลยรู้สึกกลัวจะจบมาไม่มีงานทำ ก็เลยตัดสินใจเข้าวิทยาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จากการยื่นคะแนนแอดมิสชั่นและผมเป็นรุ่นแรกที่เริ่มมีระบบ GAT-PATเข้ามาเหมือนเป็นรุ่นทดลองรุ่นแรกเลยทีเดียว  สำหรับการยื่นคะแนนแอดมิสชั่นของผมนั้นผมก็ไม่เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือก มศว เป็นอันดับหนึ่ง  แต่เหมือนเป็นความต้องการภายใน ส่วนมหาวิทยาลัยอื่นที่ยื่นแม่ของผมเป็นคนเลือกทั้งหมดแต่สุดท้ายก็ติด มศว หรือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรตามที่ตัวเองต้องการที่อยากจะเรียนที่นี้      ซึ่งผมก็ติดในคณะวิทยาสตร์-คณิตศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตติดเป็นอันดับที่หนึ่งที่เลือกไว้ ผมเรียนได้หนึ่งปีแล้วก็ย้ายวิชาเอกไปเป็นหลักสูตร เป็นการศึกษาบัณฑิต เนื่องจากแม่อยากให้ที่บ้านมีคนประกอบอาชีพข้าราชการ ประกอบกับผมเป็นคนที่ชอบสอนหนังสือเพื่อนๆตอนที่เรียนช่วงมัธยมชอบติวหนังสือให้กับเพื่อนๆจนเพื่อนบางคนอยากให้ผมไปเป็นครู แต่ตอนนั้นผมคิดว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่ทำงานหนักก็เลยไม่ได้คิดที่จะเรียน แต่สุดท้ายก็ได้เรียนทางสายครูจนได้  ซึ่งปัจจุบันนี้ผมก็กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่3 แล้วคณะวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ กศ.บ.ตอนนี้ก็รู้สึกเรียนหนักมากวิชาภาคแต่ละตัวยากมากประกอบกับวิชาของทางศึกษาสตร์ที่งานเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย แต่อย่างไรผมก็จะตั้งใจเรียนให้จบเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์แล้วนำความรู้ที่ได้เรียนมานั้นมาพัฒนาวงศ์การศึกษาของประเทศไทยให้ทัดเทียมกับต่างประเทศให้ได้ ประเทศไทยจะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากต่างประเทศ 





สำหรับนี้ก็คือประวัติส่วนตัวของผม  สุดท้ายนี้ขอฝากคติประจำใจของผมคือ


ต้องมอบความรัก  ก่อนมอบความรู้


BYE BYE HAPPY ENDING